อาจารย์เล่านิทาน

จิตใจที่ไม่ยึดติดเป็นจิตใจแห่งการรู้แจ้ง

ปราศรัยโดยท่านอนุตราจารย์ชิงไห่สมาธิกลุ่ม ลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

13 มีนาคม 2539 (ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ) วีดีทัศน์ที่ 536

ครั้งหนึ่งมีอาจารย์เซนอยู่ท่านหนึ่ง ที่มีลูกศิษย์อยู่จำนวนหนึ่ง และหนึ่งในนั้นได้เขียนถึงท่านอาจารย์เป็นครั้งเป็นคราว หลังจากการประทับจิตแล้ว ก็เหมือนกับที่เธอเขียนบันทึกประจำวันจิตวิญญาณของเธอ แล้วส่งมาให้ฉัน หรือบางครั้งเขียนรายงานมาให้ฉันว่า เธอได้ประสบความสำเร็จแบบไหน ดังนั้น ลูกศิษย์คนนั้นจึงเขียนมาถึงอาจารย์และบอก ท่านอาจารย์ ผมกำลังเกี่ยวข้องกับการรู้แจ้งอย่างลึกล้ำจริง ๆ ในขณะนี้ ผมใช่เวลาทั้งหมดของผมในการค้นหาตัวตนอันแท้จริงภายในของผม อาจารย์อ่านแค่บรรทัดแรกของจดหมายเท่านั้น แล้วก็โยนมันลงถังผงไป

เป็นเวลานานต่อมาหลังจากนั้น ลูกศิษย์ก็ได้เขียนจดหมายอีกฉบับหนึ่งถึงอาจารย์ บอกว่า โอ ท่านอาจารย์ ตอนนี้จักรวาลทั้งจักรวาลตอบสนองต่อความคิดที่อยู่ภายในที่สุดของผม สัจธรรมช่างเหลือเชื่อเสียนี่กระไร! ปัญญาของมนุษย์ช่างเลอเลิศเสียนี่กระไร! พลังจักรวาลช่างยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร!

แต่อาจารย์ก็เพียงแต่สั่งน้ำมูกด้วยจดหมาย (เสียงหัวเราะ) แล้วก็โยนมันลงโถส้วม แล้วในจดหมายฉบับที่ 3 ลูกศิษย์ก็เขียนมาว่า โอ ท่านอาจารย์ ตอนนี้ผมมีความเมตตาต่อมวลมนุษย์ทั้งหลายและผู้ที่ด้อยโอกาสทั้งหลาย! แม้กระทั้งมด ผมก็ได้ยินเสียงหัวใจของมันเต้น และรู้สึกได้ถึงวิญญาณของมัน ที่กำลังพยายามต่อสู้! โอ ท่านอาจารย์ ช่างเป็นการค้นพบที่มหัศจรรย์เสียจริง! ผมจะพยายามต่อสู้ให้มากยิ่งขึ้น ผมสัญญาท่าน! ผมจะเป็นลูกศิษย์ที่ดีของท่าน แล้วท่านก็จะเห็น

แล้วอาจารย์ก็เช็ดอะไรบางอย่างด้วยจดหมายนั้น (เสียงหัวเราะ) เธอก็รู้นะว่าที่ไหน ฉันจะไม่พูดล่ะ (ท่านอาจารย์และทุกคนหัวเราะ) แล้วก็โยนมันลงส้วม และรู้สึกสิ้นหวัง

ต่อมาในจดหมายฉบับที่ 4 ลูกศิษย์ก็รายงานมาว่า ท่านอาจารย์ ตอนนี้ผมเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาลแล้ว! ทุกอย่างเป็นผม และผมเป็นทุกอย่าง! ไม่มีอะไรที่ไม่ใช่ผม ผมคือทุกสิ่งทุกอย่าง โอ ผมขอแสดงความยินดีกับตัวเอง! (เสียงหัวเราะ)

แต่อาจารย์ก็ไม่แม้กระทั่งเสียเวลาไปจับมัน เพียงแต่ปล่อยให้ลมพัดมันไปที่ไหนที่หนึ่ง ที่มันจะไป และไม่ต้องการจะพูดอะไรอีกต่อไป จากนั้นเป็นเวลานาน ท่านอาจารย์ก็พูดว่า อย่าลำบากเขียนมาถึงฉันอีกต่อไป เจ้าเพียงแต่เสียกระดาษและปากกา ดังนั้น ลูกศิษย์จึงไม่เขียนอะไรมาอีกต่อไป

หลายปีผ่านไป และอาจารย์ก็แบบว่ารู้สึกเสียใจนิดหน่อย ที่ทำกับลูกเมื่อครั้งก่อนแรงเกินไปหน่อย ความที่จำได้ถึงลูกศิษย์คนเก่งของท่าน ไม่ได้พบหน้าและไม่ได้ยินข่าวคราวมานาน เขาก็เลยส่งข่าวถึงลูกศิษย์และพูดว่า เฮ้! เกิดอะไรขึ้นล่ะในตอนนี้? ความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณของเธอเป็นอย่างไร? (เสียงหัวเราะ) บางทีท่านอาจจะคิดถึงจดหมาย จักรวาลที่ใหญ่โต อันเหลวไหลไร้สาระ

ลูกศิษย์จึงเขียนตอบมาด้วยคำ 2 คำ เท่านั้นบนกระดาษบนกระดาษแผ่นใหญ่ใบหนึ่งว่า ใครจะไปสนใจ? (เสียงหัวเราะและเสียงปรบมือ) เธอรู้ไหมว่า อาจารย์มีปฏิกิริยาอย่างไร? เขาก็ไปดื่มกาแฟ ชา หรือเบียร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์กับเซเว่นอัพ (ท่านอาจารย์และทุกคนหัวเราะ) นั่นคือลักษณะ ที่มันควรเป็น

เฉพาะเธอรู้ว่า เธอใช้ได้แล้วเท่านั้น เธอจึงไม่ใส่ใจ มิฉะนั้นแล้ว ไม่สำคัญว่า เธอจะเขียนมาถึงฉันมากเพียงไรว่า ฉันรักท่าน พลังจักรวาล ฉันผู้มีเมตตา และอะไรก็ตามทั้งหมดนี้ ก็เป็นทฤษฎีที่ไร้สาระ เหตุฉะนี้ อาจารย์ทางทฤษฎีมากมายเปิดปากของพวกเขา และพูดเกี่ยวกับความเมตตา การรู้แจ้ง ปัญญา และอะไรทั้งหมดนั้น แต่พวกเขาก็ไม่ทำอะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำ พวกเขาพูดถึงมัน นั่นเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก และเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่จะทำให้พวกเขาตระหนักว่า เราไม่จำเป็นต้องพูด

ทำไมฉันจึงพูดตลอดเวลา ก็เพราะว่าเธอชอบมันนะซิ (ผู้ฟัง: ใช่) แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ได้พูดเพื่อสอนเธอ ถ้าเธอคิดว่า ฉันกำลังสอนเธอ เธอก็ผิดไปแล้วล่ะ เพราะว่าฉันรู้สึกสิ้นหวังกับพวกเธอด้วย ฉันรู้ว่า ฉันไม่สามารถสอนอะไรพวกเธอได้ ฉันเพียงแต่ทำให้เธอเพลิดเพลินด้วยคำพูดต่างๆ กัน โดยหวังว่า เธออาจจะจับอะไรบางอย่าง ที่เธอชอบได้ และยึดถือมันเอาไว้ และเธอก็จะจำฉันได้ และไม่ลืมที่จะบำเพ็ญ วันหนึ่งเธอก็จะรู้ทุกอย่างด้วยตัวเธอเอง ไม่ใช่จากคำสอนของฉันเท่านั้น อาจจะ 30% จากคำสอนของฉัน แต่ก็ไม่มากหรือไม่น้อย เพียงเพื่อว่า เธอจะจำฉันได้ และเราจะสามารถติดต่อกันภายในได้

ขอพูดกับเธออย่างซื่อสัตย์ ฉันไม่เชื่อว่าใครจะสอนใครได้เลย แต่อะไรก็ตามที่ฉันสามารถทำได้ ฉันก็เพียงแต่ทำให้ดีที่สุด เพราะว่าเธอขอมัน เธอเรียกร้องมัน ฉันจึงทำมัน ไม่ใช่เพราะว่าฉันเชื่อว่า ฉันจะสามารถสอนเธอได้ด้วยคำพูด ด้วยการพูด ด้วยภาษา แต่ฉันเชื่อว่า เราสามารถสร้างการติดต่อที่ลึกล้ำมากซึ่งกันและกัน และด้วยการติดต่อที่ลึกล้ำนั้น เราจะสามารถติดต่อกันจากภายในได้ นั่นเป็นคำสอนอย่างเดียวเท่าที่อาจเกิดขึ้นได้ มิฉะนั้นแล้วเธอก็เป็นพุทธะอยู่แล้ว เธอเป็นสรรพสิ่งที่เหมือนกับฉัน

จะมีความจำเป็นอะไรสำหรับฉัน ที่จะบอกว่า เธอต้องทำอะไร? เธอมีทุกสิ่ง ที่ฉันมี เพียงแต่ว่า ด้วยการติดต่อภายในของเราซึ่งกันและกัน เธอก็เต็มใจที่จะได้รับการย้ำเตือน ถึงตัวตนอันแท้จริงเธอที่อยู่ภายใน จากตัวตนอันแท้จริงจากภายในของฉัน แล้วตัวตนอันแท้จริงจากภายในของเรา ก็จะเป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วก็ไม่มีการสอนใดๆ ทั้งสิ้น ดั้งเดิมแล้ว ไม่มีความจำเป็นและไม่เคยมีความจำเป็นสำหรับวิญญาณใดๆ ที่จะเรียนรู้สิ่งใดๆ


สารบัญ