ถ : อะไรคือวิธีของท่านในการได้รับการรู้แจ้ง
และจะมีช่วงเวลาเฉพาะอะไรไหมที่เราจะรู้สึกว่ามันเกิดขึ้น?
อ : ไม่ใช่ วิธีของฉันไม่มีวิธีอะไร ในเวลาที่มีการถ่ายทอดนั้นเธอเพียงแต่นั่งอยู่ตรงนั้นและฉันก็จะนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย เราจะไม่ทำอะไรเลย
ไม่พูดคำใดๆ ไม่ขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียวแต่เราจะได้รับแสง และเราจะได้รับการรู้แจ้ง เราสามารถออกจากร่างกายนี้ไป
เราสามารถไปเที่ยวในสวรรค์ หรืออย่างน้อยเราจะสามารถเห็นแสงแห่งสวรรค์หรือได้ยินวาจาแห่งสวรรค์ ได้ฟังคำแนะนำสั่งสอนของพระเจ้าและก็มีปัญญามากขึ้นทุกวัน
ธรรมวิถีที่ฉันถ่ายทอดให้ไม่ได้เป็นวิธีอะไร เพราะฉะนั้น
ฉันจึงไม่สามารถจะเขียนให้เธอได้ ฉันได้แต่เปิดมันให้แก่เธอแต่ละคนแบบที่มองไม่เห็น และไม่มีการทำอะไร ฉันทำโดยที่ไม่ได้ทำ
ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการกระทำเกี่ยวกับความตื่นเต้น
เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว มันก็ยังเป็นของโลกแห่งวัตถุและรูปร่าง
เพราะฉะนั้นวิธีของเราจึงเป็นวิธีที่ไม่เป็นวัตถุเป็นวิธีที่ไม่มีรูปร่าง แต่มันสามารถถูกถ่ายทอดได้สามารถรับมันได้ สามารถมีมันเป็นเจ้าของมันได้
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ก็เพราะว่าการรู้แจ้งนั้นอยู่ภายในตัวเธอเอง
แสงอยู่ภายในตัวเธอ ธรรมชาติพุทธะอยู่ในตัวเธอ
อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในตัวเธอ ฉันเพียงแต่ชี้มันให้เธอว่า อยู่นี่
มองทางนี้แล้วเธอจะเห็น เข้าใจไหม? บางครั้งเธอมีแว่นตาอยู่ในมือของเธอ
แล้วเธอก็มองหาไปทั่ว ฉันจึงบอกว่ามันอยู่นี่ อยู่ทางนี้
ฉะนั้นมันจึงไม่ใช่วิธีอะไร เธอมีมันอยู่แล้ว เชื่อฉันสิไม่มีวิธีใดที่จะสามารถนำเธอไปสู่การรู้แจ้งได้
เว้นแต่ว่าเธอจะต้องรู้จักธรรมชาติของเธอเอง และได้ติดต่อกับมันเองนั่นเป็นวิธีเดียวเท่านั้น วิธีใดๆ ที่ทำให้เธอได้เห็นธรรมชาติพุทธะในทันที
เห็นอาณาจักรแห่งสวรรค์ทันที นั่นก็คือธรรมวิถีกวนอิม นั่นคือวิธีที่ถูกต้อง
เธอจะเรียกชื่อมันว่าอะไรก็ได้แล้วแต่เธอจะต้องการมัน แต่มันไม่มีวิธีอะไร
มันเป็นเพียงพลังของพระเจ้าเท่านั้นที่ลงมาสู่ร่างกายที่บริสุทธิ์และได้รับการคัดเลือกแล้ว และก็เปิดพลังพระเจ้าของตัวเธอเอง
พระเจ้านั่นเองที่เป็นผู้ช่วยเหลือพระเจ้า พุทธะนั่นเองที่ช่วยเหลือพุทธะ
พุทธะนั่นเองที่ทำให้พุทธะรู้แจ้ง
มันเป็นพุทธะที่อยู่ในตัวเธอที่เลือกที่จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา
พุทธะในตัวฉันและพุทธะในตัวเธอเป็นหนึ่งเดียวกัน
เพราะว่าเธอยังไม่รู้จักมัน
พุทธะในตัวเธอจึงต้องปรากฏร่างมาในร่างภายนอกร่างหนึ่งและปลุกให้มันตื่นขึ้นมา
แต่เป็นตัวเธอเองนั่นแหละที่ปลุกตัวเองขึ้นมา
เป็นธรรมชาติพุทธะในตัวเธอที่เลือกเวลา นาฬิกาปลุกมันส่งเสียงแล้ว
เพราะฉะนั้นจงตื่นขึ้น เข้าใจไหม? มันยากนะ
ฉันจะไม่สอนอะไรเธอเลย เป็นตัวเธอเองนั้นแหละที่สอนตัวเอง
เป็นพุทธะภายในตัวเธอที่ตื่นขึ้นมาและได้ตระหนักว่าเธอเป็นใคร
แล้วก็เริ่มทำงานด้วยความสามารถของตัวเธอเอง ด้วยปัญญาของตัวเธอเอง
ดังนั้นหลังจากนั้นต่อไป
เธอก็ตระหนักว่าไม่มีใครเป็นอาจารย์ทุกคนเท่าเทียมกันหมด
ทุกคนมีศักยภาพอย่างเดียวกันเพียงแต่เธอลืมวิธีที่จะใช้มัน คนที่จำได้
คนที่รู้ก็จะเตือนให้รู้ก็เท่านั้นเอง
ถ้าเธอมีเงินอยู่ในกระเป๋าของเธออยู่แล้วฉันก็บอกเธอว่าเงินอยู่ตรงนี้ไง
ฉันไม่ได้ให้อะไรเธอเลย ฉันเพียงแต่เตือนให้เธอระลึกถึงสิ่งที่เธอลืมไปแล้ว
ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีใดๆ เงินนั้นมันเป็นของเธออยู่แล้ว

ปราศรัยโดยท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ สิงคโปร์
วันที่ 10 มกราคม 2538 (ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ)
ถ:
ท่านอาจารย์ เราจะได้รับการรู้แจ้งฉับพลันและหลุดพ้นชั่วนิรันดร์ได้อย่างไร
ถ้าเรายังกังวลและต้องทำงานหาเงินอยู่อย่างนี้?
อ:
การรู้แจ้งเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดที่เคยเกิดแก่การมีชีวิตอยู่ของตัวเธอ
มันจะทำให้ภาระทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องแบกไว้ทุกวันเบาลง
มันจะกำจัดอุปสรรคที่ขวางกั้นทางของเธอทุกอย่าง
มันจะช่วยแบกพยุงเวลาเธอเจ็บป่วยและล้ม
มันจะอวยพรเธอไม่ว่าเวลาใดที่เธอลำบากและมีอันตราย
และเธอก็จะรู้สึกเหมือนกับว่า เธออยู่ในความรักของแม่เสมอ เพราะฉะนั้น
เธอจะไม่กังวลเลย
ความวิตกกังวลที่เธอมีตอนนี้ก็เพราะว่าเธอยังไม่ได้รับการรู้แจ้ง
มันไม่ใช่เรื่องตรงข้ามอย่างนั้น โอเค? เพราะฉะนั้น
ถ้าเธออยากจำจัดความทุกข์นี้ ก็จงรู้แจ้ง

|