ถ:
ท่านคิดว่า
อิสลามเป็นสาสน์ที่ถูกส่งลงมาจากพระเจ้าผ่านศาสดามะหะหมัดหรือ?
อ:
ใช่แล้ว มันมาจากพระเจ้าอย่างแน่แท้!
มันมิได้มาจากพระมะหะหมัด บุคคล
ในทางกาย
มันคือพระเจ้าภายในพระองค์และพระเจ้าของทั้งหมด
ที่ประสานกัน
แล้วตรัสผ่านกรอบอันเป็นกายเนื้อของพระองค์
นั่นคือสิ่งที่เราเรียกกันว่าพระมะหะหมัด
ท่านเป็นศาสดาในเวลานั้น
ท่านคือผู้หนึ่งและผู้เดียวในเวลานั้น
แต่พระเจ้าจะต้องส่งพระมะหะหมัดลงมาจำนวนมากมายหลายองค์ในยุคสมัยที่แตกต่างกันไป
เพื่อย้ำเตือนบุตรหลานของพระองค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพราะเรามิได้โชคดีนัก ที่ได้เกิดในยุคสมัยของศาสดามะหะหมัด
เรามีชีวิตอยู่เดี๋ยวนี้!
ดังนั้นจะต้องมีผู้ที่ย้ำเตือนเราอยู่ตลอดเวลา เช่น
ผู้ที่สืบทอดต่อมาจากพระมะหะหมัด
แต่ผู้ที่สืบทอดต่อมาจากพระมะหะหมัดหรือพระคริสต์
มิได้จำเป็นว่าจะเกิดในอิสราเอลหรือตุรกีเสมอไป
พวกท่านเกิดทุก ๆ ที่ ตามพระประสงค์ของพระเจ้าว่า
จะให้ประโยชน์กับลูก ๆ ในเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันไป
นั่นคือพระประสงค์ของสวรรค์
ทุกศาสนาเป็นของพระเจ้า
ถ:
ถ้าศาสนาที่แตกต่างกันทั้งหลายมาจากพระเจ้า ถ้าเช่นนั้น
มีสาสน์ที่แตกต่างกันมากมายจากพระเจ้าหรือ?
และทุกๆ
สาสน์ดีหรือไม่?
อ:
ทุก ๆ สาสน์จะชี้นำไปสู่สิ่งหนึ่งเดียว ซึ่งคือพระเจ้า
และทุก ๆ สาสน์จะบอกให้เราหาพระเจ้าในขณะที่ยังมี
ชีวิตอยู่
คัมภีร์อัลกุรอ่านมีกล่าวไว้ว่า ทุกศาสนาเป็นของพระเจ้า
ถ:
แต่ที่เราเห็นในขณะนี้ ไม่ใช่ต้นกำเนิดของมัน
เพราะคัมภีร์อัลกุรอ่านอันศักดิ์สิทธิ์ยังมีกล่าวไว้ว่า
ศาสนา
เดียวสำหรับพระเจ้า คือศาสนาอิสลาม
และไม่ใช่ศาสนาอื่น ๆ
อ:
นั่นถูกต้องถูกต้อง
100%
ที่จะกล่าวว่า
“ไม่มีศาสนาอื่น”
เพราะ ณ เวลานั้น
พระมะหะหมัดกำลังถ่ายทอดคำสอนโดยตรงจากพระเจ้า
ดังนั้น
สำหรับพวกที่เชื่อมั่นพระมะหะหมัด เมื่อพระองค์ทรงพระชนม์อยู่
และผู้ที่ได้รับคำสอนโดยตรงจากพระองค์นั้น อิสลามคือคำสอนแท้จริงหนึ่งเดียว
เพราะท่านอาจารย์นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ และถ่ายทอดคำสอนแท้โดยตรง
ศาสนาอื่นใดจากก่อนเวลานั้น เป็นเพียงทฤษฎี
ดังนั้น สมัยที่พระคริสต์ทรงพระชนม์อยู่ ศาสนานั้นแท้จริง
เพราะมีคำสอนโดยตรง ผู้คนสามารถเห็น
แสงและติดต่อกับพระเจ้าได้
แต่เมื่อท่านอาจารย์ใดล่วงลับไปแล้ว
ก็จะต้องมีศาสดาองค์อื่น ไม่ว่าจะเป็นศาสดาองค์สุดท้ายหรือศาสดาองค์แรก
จะต้องมาและเชื่อมต่อผู้คนกับพระเจ้าอีกครั้ง
และสำหรับผู้คน ณ เวลานั้น
นั่นก็จะเป็นศาสนาแท้จริงเพียงหนึ่งเดียว
เห็นพระเจ้าแล้วการโต้เถียงทั้งหมดเกี่ยวกับศาสนาจะสิ้นสุด
ถ:
แต่นั่นเป็นความขัดแย้งอย่างแท้จริงเลยกับสาสน์ของคัมภีร์อัลกุรอ่าน
อ:
เฉพาะเพราะท่านยังมิได้เห็นพระเจ้า ด้วยเหตุนี้
เราจึงถกเถียงเกี่ยวกับคำพูด และแนวความคิด และทฤษฎี
หากท่านเพียงหลับตาของท่านลงไป
ฉันสามารถช่วยให้ท่านเห็นพระเจ้าได้ในชั่วพริบตา
และเมื่อนั้น ท่านจะสามารถพูดคุยกับพระองค์
และถามพระอัลเลาะห์ของท่านได้ว่า
“อะไรคือความจริง?
อะไรคือสัจธรรม?”
ท่านช่างเคร่งศาสนามาก ๆ และทุ่มเทยิ่งนัก
และฉันรู้สึกประทับใจในศรัทธาของท่าน
แต่ยังมีสิ่งหนึ่งขาดไป คือพระเจ้า!
เราพูดเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา
เราพูดเกี่ยวกับศาสดาองค์สุดท้าย และเราพูดเกี่ยวกับสัจธรรม แต่เราไม่เห็น
ถ้าเพียงท่านสามารถเห็น สิ่งที่ฉันเห็น
เราจะไม่ต้องถกเถียงกันอีกต่อไปเลย
ท่านอยากจะเห็นพระเจ้าเดี๋ยวนี้เลยไหม?
ท่านอยากจะเห็นแสงไหม?
ฉันสามารถทำให้ท่านเห็น ฉันสามารถช่วยท่านได้
เพราะมันอยู่ภายในท่าน!
พระอัลเลาะห์อยู่ภายในท่าน!
หากเราไม่เข้าใจสิ่งนี้ ถ้าหากเราไม่เห็นพระเจ้า เมื่อนั้น
ความรู้ของเราจะจำกัดยิ่งนัก
คัมภีร์อัลกุรอ่านก็คือคำสอนแท้ แต่ผู้คนไม่สามารถเข้าใจได้
เพราะท่านจะต้องขึ้นสู่ระดับเดียวกันหรืออย่างน้อยระดับของพระมะหะหมัด
เพื่อที่จะเข้าใจคำของพระมะหะหมัด
มิฉะนั้นแล้ว ก็จะเกิดความเข้าใจผิดกันมากมาย
ด้วยเหตุนี้
จะมีการต่อสู้กันและเข่นฆ่ากันระหว่างศาสนาต่าง ๆ
และแม้แต่ภายในศาสนาเดียวกัน ในเรื่องพระเจ้าเดียวกัน!
สิ่งนี้เกิดขึ้น เพราะเราอาศัยความเข้าใจอันจำกัดของเรา
แทนที่จะอาศัยความรู้ของพระเจ้า
เราจึงสามารถถกเถียงกันได้ตลอดไป
เพราะฉันเข้าใจแตกต่างไปกว่าท่าน และเราอาจจะจบลงด้วยต่อสู้กันด้วยซ้ำไป
แต่ฉันรักท่าน เพราะฉันก็เคยอยู่ตรงนั้น
ฉันก็เคยเถียงกับผู้คนมาก่อนเกี่ยวกับว่า ศาสนาพุทธดีที่สุด
หรือศาสนาคริสต์สูงส่งที่สุด”
แต่บัดนี้ฉันอ่อนน้อมถ่อมตนในนามของพระเจ้า เพราะฉันทราบว่า
ยังมีความรู้อันยิ่งใหญ่เช่นนี้อยู่ ที่ไม่มีใครสามารถกล่าวได้ว่า
เขาหรือหล่อนเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง
ฉันเพียงเข้าใจอะไรก็ตาม ที่พระเจ้าทำให้ฉันเข้าใจ และฉันก็รู้สึกเป็นบุญคุณยิ่งต่ออะไรก็ตามที่พระองค์ได้ประทานให้กับฉัน
และเราเฝ้าเรียนรู้ตลอดไป แม้แต่ศาสดาก็เรียนรู้ตลอดไปเพราะพระเจ้าไร้ขอบเขตจำกัด!
เราสามารถรู้ทั้งหมดได้ หรือเราสามารถรู้แต่ละจุดได้
ถ้าเราอยากเข้าใจแต่ละจุด มันจะใช้เวลาอย่างไร้ที่สิ้นสุด
ฉันได้แต่มีความสุขยิ่งที่ได้รู้จักกับพระเจ้า
ถ้าหากท่านกล่าวว่า ฉันผิด หรือฉันถูก ฉันไม่ว่าอะไร
ฉันรู้จักพระบิดา!
ดังนั้น ไม่ว่าท่านกล่าวว่าอะไร ก็ไม่เป็นไร
ถ้าท่านเข้าใจคัมภีร์อัลกุรอ่าน นั่นก็ดีแล้ว
ถ้าท่านเข้าใจในวิธีที่ท่านเข้าใจนั่นก็ดีแล้วเหมือนกัน
แต่ฉันเพียงแต่เข้าใจในลักษณะที่แตกต่างกันไปเพราะฉันเห็นศาสดา พระองค์สอนฉันโดยตรง
