ประธาน: ต่อไปจะเป็นเอาหลัก เนื่องจากมีอุทกภัย มีบุคคลที่ประสบเคราะห์ร้ายเป็น 2 ล้านคน ท่านใช้เงินจำนวนเท่าไรไปช่วยเหลือแก่พวกเขาและเงินจำนวนนี้มาได้อย่างไร ซึ่งคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องข้าวสาร เกลือ น้ำมัน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้นผมจึงได้เรียนถามตรง ๆ
ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: ฉันจำไม่ค่อยได้ เพราะว่ามันนานแสนนานมาแล้ว
มิใช่ว่าฉันไม่อยากจะคุยเรื่องนี้ แต่ฉันนับไม่ไหวแล้วว่า
เราช่วยเหลือมากี่ประเทศแล้ว และว่าเรามอบสิ่งอุปโภคบริโภคไปมากเท่าใด
มีใครจำปริมาณได้หรือไม่? ฉันจำไม่ได้
ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: ท่านถามว่าเงินมาจากไหน? ใช่ไหม ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: คือเราได้มาจากธนาคาร (เสียงหัวเราะ) เดี๋ยวนี้ฉันออกแบบเสื้อผ้าที่มีราคาแพงยิ่งขึ้น ฉันยังได้ออกแบบสิ่งที่เล็ก ๆ น้อยในสมัยนั้นหรือเราทอหมวกหรือสิ่งอื่น ๆ เพื่อขาย ในการเป็นผู้บำเพ็ญทางจิตวิญญาณ เรารับประทานอาหารมังสวิรัติเพียงวันละ 1-2 มื้อ ชีวิตเรียบง่ายยิ่งนัก เราอาศัยอยู่ในเต็นท์และมีเสื้อผ้าไม่มาก เพียง 2 หรือ 3 ชุด ดังนั้นเราจึงเก็บเงินส่วนใหญ่ที่เราหามาได้เอาไว้และใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัย
เรายังมีเพื่อนบำเพ็ญซึ่งอาสาสมัครที่จะมอบเงิน
เราจะไม่รับเงินบริจาคโดยตรงจากเพื่อนบำเพ็ญ หากพวกเขาต้องการบริจาค
ก็ให้ส่งโดยตรงไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบกระเทือน
สำหรับยังมีเพื่อนบำเพ็ญชาวฟอร์โมซาซึ่งได้จัดหาเงินบริจาคให้กับประเทศฟิลิปปินส์และประเทศและสถานที่อื่น
ๆ อีกมากมาย และประเทศฟอร์โมซาขึ้นชื่อในเรื่องการช่วยเหลือภัยพิบัติ
เราได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มชาวฟอร์โมซาซึ่งได้รับการเอ่ยถึงไปทั่วโลก |
|||||||||||
|
|||||||||||
ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: ทุกปีเราต่างก็สงวนเวลาเล็กน้อย
นั่งสมาธิสำรวจตนเอง เพราะพุทธะอยู่ในใจ
เพื่อเสริมทวีการตระหนักรู้ในใจของเราให้มาก นั่งฌานก็เป็นเช่นนี้
อะไรต่างก็ปล่อยวางลงมา 3 วัน 5 วัน หรือว่า 7 วัน ดูสภาพ
ทั้งหมดต่างก็เพื่อพุทธภูมิ เพื่อรวมศูนย์กับพระเจ้าภายใน
นั่นเรียกว่านั่งฌาน ทุกปีเราต่างก็มี ในประเทศต่าง ๆ
ครั้งสุดท้ายก็คือในประเทศไทยก็มีนั่งฌาน เดี๋ยวผ่านไปหลายวัน
เราอยู่ในเกาหลีก็มีนั่งฌาน เราทำก็เพื่อตนเองเช่นนี้
ยังมีเพื่อสันติภาพของโลก รวมตัวกันขึ้นมา พลังมากกว่า อธิษฐานสะดวกกว่า
นั่งฌานก็เป็นเช่นนี้! |
|||||||||||
คำวินิจฉัยของนักวิชาการ | |||||||||||
ศาสตราจารย์หร่วน: วันนี้ได้เชิญท่านอนุตราจารย์ชิงไห่มาในงานด้วยตนเอง กระผมและผู้คนต่างรู้สึกตื่นเต้นดีใจ กระผมคิดว่า หน่วยงานที่จัดงานยังมีอีกหลายท่าน ซึ่งก่อนหน้านี้ต่างไม่คาดคิดว่า ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่จะมาร่วมงานด้วยตนเอง ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง หัวข้อในวันนี้คือธรรมวิถีกวนอิมของท่านอนุตราจารย์ชิงไห่กับชาวจีนเอเชียอาคเนย์ สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้จะเน้นเนื้อหาในข้อมูลของบทวิจารณ์ที่ให้มาเป็นหลัก หัวข้อจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับเอเชียอาคเนย์ ข้าพเจ้าทราบว่าในงานมีนักวิชาการอยู่เป็นจำนวนมาก ประธานชูของเรา ท่านเป็นนักวิจัยชาวจีนสากลท่านหนึ่งเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านมีผลงานที่ดีเด่นในด้านการวิจัยชาวจีนที่อินโดนีเซียและศาสนาอื่นของอินโดนีเซีย ยังมีนักวิชาการอื่น ๆ แห่งกรมศาสนาไต้หวันหรือว่านักวิชาการสร้างแผนปฏิบัติการแห่งศูนย์วิจัยเอเชียอาคเนย์อีก ข้าพเจ้าคิดว่า พวกท่านทั้งหลายอาจจะมีความเหมาะสมยิ่งกว่าข้าพเจ้า ดังนั้นข้าพเจ้าจึงได้กล่าวในสิ่งที่ตนได้รวบรวมมาต่อไปนี้ ส่วนที่สำคัญจะเน้นเนื้อหาในบทความที่เกี่ยวข้องกับธรรมวิถีกวนอิมของท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ ข้าพเจ้าจะอ่านข้อมูลข่าวสารที่สมาคมปฏิบัติธรรมอนุตราจารย์ชิงไห่ได้ให้มาก่อน เราต่างได้ฟังการเทศนาของท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ด้วยตนเองแล้ว ความรู้สึกที่ข้าพเจ้ามีอยู่คือ ธรรมวิถีกวนอิมและผู้นำของธรรมวิถีกวนอิมต่างมีสิ่งที่พิเศษมาก อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งใหม่ที่แปลกมาก ซึ่งมีความแปลกใหม่จริง ๆ เพราะเมื่อมองจากภาพพจน์รวมแล้ว การพูดจาและกระทำของผู้นำท่านนี้มักจะอยู่นอกเหนือกฎระเบียบเก่า ๆ อาจไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบทั่วไปทางสังคมที่เราเคยชิน อาจกล่าวได้ว่ามีความเป็นพิเศษที่อยู่เหนือกฎระเบียบ ซึ่งต่างจากธรรมดาทั่วไปมาก อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้ มนุษย์จึงยากที่จะทำความเข้าใจ แยกแนวและแยกพรรคพวกตามยึดมั่นคงอยู่และตามกฎระเบียบที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นในสายตาของชาวโลก ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่กับผู้นำทางศาสนาอื่นมีความแตกต่างกันอย่างมาก ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่เป็นสตรีชาวเอเชีย ซึ่งภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ประเทศเอาหลัก แต่ท่านสามารถใช้ภาษาจีน อังกฤษ เอาหลักและเยอรมัน ฝรั่งเศสในเทศนาและสนทนาในทวีป 5 ทวีปของโลก ท่านเชี่ยวชาญคัมภีร์ต่าง ๆ ของศาสนาหลักของโลกทุก แต่กลับใช้คำพูดที่เรียบง่าย ธรรมดามาบรรยายถึงคำสอนทางศาสนาที่มีความหมายอันลึกซึ้ง ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่รับลูกศิษย์ที่มาประทับจิตที่มีพื้นฐานต่างชนชาติ ต่างศาสนา แต่กลับไม่เคยเรียกร้องให้พวกเขาต้องเปลี่ยนแปลงความศรัทธาในศาสนาเดิมที่ตนมีอยู่ หน้าที่อันสำคัญของท่านคือการถ่ายทอดธรรมวิถีแห่งการหลุดพ้นที่มีความล้ำลึกอยู่เหนือโลก แต่ท่านกลับมีความห่วงใยในความทุกข์ยากของชาวโลก ซึ่งบางโอกาสได้ปฏิบัติงานการกุศลในการให้ความช่วยเหลือในด้านการกู้ภัยตามวาระ เวลาอันจำเป็น ธรรมวิถีกวนอิมที่ท่านถ่ายทอด เป็นวิธีการที่เรียบง่ายและดูมีความแปลกใหม่ แต่ได้ยินกล่าวมาว่าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด ท่านเรียกร้องให้ลูกศิษย์ถือศีล 5 โดยเคร่งครัด รับประทานอาหารมังสวิรัติตลอดชีพ ทุกวันให้นั่งสมาธิ 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้เดินสายกลาง ไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง หวังว่าลูกศิษย์จะปรารถนาใช้ชีวิตที่มีความงาม ความจริงและความดี ท่านเทศนาควบคู่ไปกับการประพันธ์บทกวี การประพันธ์ดนตรี การบรรเลงดนตรี การขับร้องเพลง การวาดภาพ การทำกับข้าว และแต่งตำราอาหาร
ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: สิ่งนี้สำคัญที่สุดสำหรับชาวจีน
(นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับชาวจีน)
เมื่อชาวโลกได้มีการกล่าวถึงยุคแห่งการสิ้นสุดธรรม
วันสิ้นสุดของโลกที่น่ากลัวจะมาถึง แต่ท่านกลับกล่าวสรรเสริญว่า
โลกมนุษย์กำลังจะก้าวเข้าสู่แห่งศตวรรษใหม่แห่งยุคทอง ทราบข่าวมาว่าเมื่อท่านอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยในที่ลึกได้รับการรู้แจ้งโดยสมบูรณ์
แต่ท่านกลับกล่าวว่าบุคคลที่ได้รับการประทับจิตไม่จำเป็นต้องเข้าป่าบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปฏิบัติธรรมอยู่ในบ้าน สามารถได้รับการรู้แจ้งจากการบำเพ็ญ ท่านสามารถดึงดูด
นำพาลูกศิษย์เป็นร้อยเป็นพันบินไปมาบนโลกมนุษย์และจัดฌานนานาชาติตามสถานที่ต่าง
ๆ ทั่วโลก (ผู้คนหัวเราะ) ศาสตราจารย์หร่วน:
ซึ่งดูเหมือนจะร้ายกาจยิ่งกว่าการเดินท่องเที่ยวไปจังหวัดอีกมากเลยทีเดียว
(ผู้คนหัวเราะ) ศาสตราจารย์หร่วน:
ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ของงานถึงคนจำนวนหลายพันคน
บางครั้งยังต้องพบปะกับนักการเมืองสำคัญของประเทศต่าง ๆ และปฏิบัติงานการกุศล
แต่ท่านกลับกล่าวว่าตนเองเป็นคนขี้อาย เดิมมีชอบใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
แต่ท่านมักจะออกงานตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ต่างกัน
โดยได้แต่งกายในเสื้อผ้าที่หรูหราที่ซึ่งออกแบบด้วยตนเองและชุดประจำชาติของประเทศต่าง
ๆ โดยปรากฏกายในภาพพจน์ที่แตกต่างกันเสมือนสตรีพันหน้า
และเป็นเพราะสาเหตุนี้ทำให้ท่านมักจะถูกคนเข้าใจผิดและมีมีการโจมตี
แต่ท่านกลับไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงบุคลิกประจำตัว โดยยอมรับอย่างง่าย ๆ
และแสดงบทบาทต่อไป สรุปว่า ท่านได้กล่าวว่า
ตนเป็นผู้ถ่ายทอดธรรมวิถีที่เก่าแก่ที่สุด
แต่การแสดงออกของท่านกลับดูทันสมัยมาก (ผู้คนหัวเราะ)
ซึ่งท่านเองก็หวังว่าให้ลูกศิษย์ของตนเองสามารถที่จะกระทำตนให้เป็นบุคคลบำเพ็ญสมัยปัจจุบันแห่งยุคโลกาภิวัฒน์
ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: ขอบคุณมาก! |
|||||||||||
![]()
|
ศาสตราจารย์หร่วน: สังคมเสรีภาพที่มีหน่วยงานมากมายล้วนให้การยอมรับในสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่มีผลร้ายโดยทั้งหมด ผมคิดว่า เกี่ยวกับการแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ ของท่านอนุตราจารย์ควรจะทำให้เราเกิดความรู้สึกที่แปลกใหม่ โดยเฉพาะการอุทิศเสียสละที่เป็นรายการแปลกใหม่ที่หลากหลายของท่าน ได้ทำให้เกิดทางเลือกแห่งวิถีชีวิตที่อิสระเกิดขึ้นมากมายในสังคมของเรา ทำให้วัฒนธรรมแห่งวิถีชีวิตในสังคมของเรากลายเป็นสิ่งที่มีสีสันมากมายและสมบูรณ์แบบยิ่งกว่า สุดท้ายข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ ขอให้พระเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกับท่าน และขอให้ท่านเมื่ออยู่ต่อหน้าพระเจ้าช่วยกล่าวสิ่งที่ดี ๆ ให้กับชาวจีนฟอร์โมซาและชาวจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมทั้งชาวโลกอีกด้วย (ทุกคนปรบมือ) ต่อจากนี้ข้าพเจ้ามีคำถามหลายคำถามที่จะขอเรียนถาม คำถามแรกเป็นคำถามเกี่ยวกับคุณลักษณะและความหมายทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับธรรมวิถีกวนอิม ซึ่งข้างในนี้รวมคำถามย่อยอีก 3 คำถาม ข้อแรกคือบุคคลที่ศึกษาทางศาสนาและบุคคลในสังคม ได้มองธรรมวิถีกวนอิมเป็นศาสนาที่เกิดขึ้นมาใหม่ หน่วยงานที่จัดงานเองก็เคยใช้ชื่อศาสนาชิงไห่มาเรียกเป็นนามของกลุ่มปฏิบัติธรรมของท่าน ผมใคร่จะขอเรียนถามว่า ธรรมวิถีกวนเป็นศาสนาหรือไม่ ซึ่งนี่เป็นคำถามแรก เป็นคำถามย่อยแรก |
||||||||||
ศาสนาทั้งมวลล้วนกำเนิดจากวิถีกวนอิม | |||||||||||
ทุกวันนี้วิถีกวนอิมของเรานั้นจะสอนให้เราเดินในสายทางเดียวกัน ดังนั้นทุก ๆ
ศาสนากำเนิดมาจากวิถีกวนอิม ผู้คนจะเรียกมันว่า ความเป็นคริสต์
เพราะพระเยซูคริสต์ได้มา ผู้คนจะเรียกมันว่า ความเป็นพุทธะ
เพราะพระพุทธเจ้าได้มา นี่คือวิธีที่ศาสนาจำนวนมากได้บังเกิดมา ฉันขอร้องท่าน
อย่าเรียกเราว่าศาสนาชิงไห่เมื่อฉันสิ้นชีวิตไปแล้ว! (เสียงหัวเราะ)
ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: ถูกแล้ว
ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: ขอฉันขยายความ ฉันเคยอธิบายแล้วว่า
มันไม่มีศาสนาใดมาแต่ต้น ก่อนพระพุทธเจ้าจะมา ก็ไม่มีศาสนาพุทธ
ก่อนพระเยซูคริสต์มา ก็ไม่มีศาสนาคริสต์ ก่อนพระมะหะหมัดมา
ก็ไม่มีศาสนาอิสลาม
ผู้รู้แจ้งทั้งมวลมาที่นี่เพื่อกระทำผ่านความประสงค์ของพระเจ้าและถ่ายทอดวิถีแห่งความหลุดพ้นนี้สู่ผู้คนซึ่งพร้อมที่จะกลับบ้าน
หลังจากที่เหล่าอาจารย์และสานุศิษย์ของท่านสิ้นชีวิตไป
ผู้คนในยุคสมัยต่อมาทราบเกี่ยวกับคำสอนของเหล่าอาจารย์นั้นเพียงเล็กน้อยยิ่งนัก
ดังนั้นสายธารก็ขาดสะบั้นไป
ผู้คนบูชาพระรูปหรือคำสอนทางวาจาโดยไร้พลังการถ่ายทอดจากจิตสู่จิต ดังนั้นนาน
ๆ ไปจึงเกิดศาสนาขึ้น อย่างไรก็ตาม วิถีกวนอิมเป็นวิถีที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นหนทางเดียวที่จะกลับบ้าน
ท่านมีทางเดียวที่จะนำท่านไปสู่บ้านของท่าน มันก็เป็นเช่นนั้น
ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: เป็นคนอื่นที่ตั้งชื่อไว้อย่างนั้น
เวลาเราบำเพ็ญวิถีกวนอิม เราจะฟังเข้าไปภายในสู่ธรรมชาติเดิมแท้ของเรา
หมายความว่าเราทำสมาธิเพ่งกระแสเสียงภายใน
ธรรมชาติเดิมแท้ของเราและธรรมชาติอันเป็นพระเจ้าของเรา
หากมีคนอื่นก็สอนในสิ่งเดียวกัน เมื่อนั้นพวกเขาก็สอนธรรมวิถีกวนอิมเช่นกัน
ยกเว้นว่าเขาอาจจะเรียกเป็นอีกชื่อหนึ่ง เช่น กระแสแห่งเสียง หรือ
เสียงภายในของพระเจ้า หรือ พระสุรเสียง
หากพวกเขาทำให้เราสามารถได้ยินเสียงธรรมชาติแห่งความเป็นพระเจ้าของเราที่อยู่ภายใน
ได้ยินอาณาจักรแห่งสวรรค์ภายในของเรา และเห็นแสงภายในได้ เมื่อนั้น
วิถีของเขาก็คือวิถีเดียวกันกับของเรา ดังนั้นการทำงานจึงดูมีประสิทธิภาพสูงและมีความว่องไว มีความรวดเร็วมาก แต่เป็นการกระทำที่จะก่อให้กลายเป็นกฎระเบียบแห่งนักการบริหารงานในหน่วยงานข้าราชการแบบหนึ่ง นี่คือสภาพการณ์ทั่วไปที่พวกเราทราบมา แต่แล้วลูกศิษย์ธรรมวิถีกวนอิม? ปัจจุบันมีแบ่ง 5 ทวีป จำนวนคนที่แท้จริง ข้าพเจ้าไม่ทราบ คิดว่าอย่างน้อยที่สุดก็คงจะมีหลายแสนคนขึ้นไป? ข้าพเจ้าไม่ทราบตัวเลขนี้ แต่คิดว่า ในอนาคตคงจะมีเพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่านี้ แต่จากเราสังเกตกลุ่มบำเพ็ญธรรมวิถีกวนอิมจากบทความในข้อมูลที่ข้าพเจ้าอ่านมา ท่านอาจารย์ท่านกับลูกศิษย์รู้สึกจะมีแต่ธรรมทูตกวนอิมซึ่งเป็นชื่อเรียกที่ดูจะเป็นทางการ ดังนั้นถ้าหากเป็นเช่นนี้ ปัจจุบันธรรมวิถีกวนอิมดูจะไม่ใช่ลัทธิที่มีองค์กรและหน่วยงานที่เข้มงวดลึกลับ แต่องค์กรที่ไม่ค่อยมีความเข้มงวดนี้จะสามารถจัดงานการเผยแพร่ธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่ได้ประสิทธิผลหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะสามารถยั่งยืนต่อไปหรือไม่ จากการมองรูปการณ์ในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าสามารถทำได้จริง ๆ เนื่องจากการจัดกิจกรรมทุกครั้งจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก ข้าพเจ้าคิดว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคงเป็นเพราะว่าเสน่ห์ส่วนบุคคลของผู้นำศาสนา แต่ว่าสภาพการณ์แบบนี้จะสามารถยั่งยืนต่อไปหรือไม่? ขอเรียนถามท่านอนุตราจารย์ว่า ท่านมีความคิดเห็นหรือมีคติอะไรเกี่ยวกับปัญหานี้ ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: ขอบคุณมาก คำถามของท่านชัดเจนยิ่งนัก ท่านมิได้ละสิ่งใดไว้เลย บางทีท่านอาจจะรู้แจ้งเป็นอย่างยิ่ง ประเด็นก็คือ เราไม่เชื่อในองค์กรที่มีการจัดสรรแบ่งระดับหรือการจัดตำแหน่งสูงต่ำต่าง ๆ คำว่านักบวชกวนอิม เป็นคำเรียกง่าย ๆ เพื่อให้คนเข้าใจว่า บุคคลคนนี้ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดคำสอนได้ตามวิถีกวนอิม อย่างไรก็ตาม การถ่ายทอดอย่างแท้จริงภายในจะเกิดขึ้นโดยความเงียบสงัดจากพระเจ้าภายในจากจิตสู่จิต มิได้กระทำโดยนักบวชกวนอิมซึ่งอยู่ที่นั่นเพียงเพื่อกล่าวคำแนะนำที่เป็นคำพูดเท่านั้น นั่นคือสาเหตุที่เขาถูกเรียกว่า ผู้ถ่ายทอดสาสน์
เราไม่ชื่นชมชื่อเรียกยศศักดิ์ใหญ่โตสักเท่าใดนัก ฉันเองยังต้องทนชื่อว่า
ท่านอนุตราจารย์ มามากเกินไปแล้ว
ฉันไม่ต้องการให้คนอื่นเป็นเป้าโจมตีเช่นเดียวกัน
เราเน้นความอ่อนน้อมถ่อมตนและการขัดเกลาตนเองโดยไม่ประสงค์ยศตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม เรามีคนจำนวนมากทำงานในกลุ่มของเรา
น้อยนักที่ท่านจะได้เห็นพวกเขาได้รับคำเอ่ยชมในที่สาธารณะ กลุ่มทำงาน เช่น
ทีมงานวีดิทัศน์ได้ทำงานมามากนัก แต่ชื่อเป็นบุคคลไม่เคยได้รับการเอ่ยถึง
มีมากมายหลายคนเกี่ยวข้องกับการพิมพ์หนังสือตัวอย่างและหนังสือคำสอน
แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่นชมพวกเขา บางครั้งมีรายชื่อออกมา
แต่เฉพาะเมื่อกฎหมายของประเทศหนึ่งๆ เรียกร้อง
มันเป็นการดีกว่าที่จะอยู่เงียบ ๆ อย่างไรก็ตาม
ชื่อจะต้องถูกเปิดเผยหากจำเป็นจริง ๆ ที่ใครจะต้องทราบ
มันจะถูกเปิดเผยเมื่อเราไม่มีทางเลือกอื่น แต่คนที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใส่ใจแต่อย่างใดที่จะได้รับยศตำแหน่งใด ๆ
พวกเขาตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของตนเองภายในโดยไม่ต้องประกาศให้ใครทราบ
ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่: เป็นเช่นนั้นจะดีกว่า
เพื่อคนอื่นทุกคนจะได้เป็นอิสระและสะดวกสบาย ประธาน: ดีมาก ขอขอบคุณคำวินิจฉัยและคำถามที่ดีเลิศของท่านศาสตราจารย์หร่วนเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ที่ให้การตอบคำถามทั้งหลายอย่างมีความลึกซึ้งยิ่ง ผมคิดว่า ต่อไปนี้ทางด้านการสนทนาของเราอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ผมคิดว่า ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านคงมีความสนใจมากที่จะแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามเพื่อมาขอคำชี้แนะจากท่านอนุตราจารย์ ซึ่งสามารถขอคำชี้แนะจากผู้วินิจฉัยของเราด้วย เวลานี้พวกเราเริ่มเปิดให้ผู้คนถามคำถามเลย ดีไหม? ดี สุภาพสตรีท่านนี้ก่อน! |
|||||||||||
|