
อินเดีย
คลื่นความเมตตาของท่านอาจารย์
รีบเร่งสู่ชายฝั่งตอนใต้ของอินเดีย
โดยคณะทำงานบรรเทาทุกข์สิงค์โปร์
(ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ)
|
 |
 |
 |
ลูกศิษย์สำรวจนากัปปาตินัม
หมู่บ้านชายฝั่งที่ได้รับความเสียหาย
|
บ้านที่ย่อยยับในนากัปปาตินัม |
ลูกศิษย์สำรวจจุดของน้ำบริโภคของหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน |
ในวันที่
26
ธันวาคม
2547
คลื่นสึนามิที่สร้างความเสียหายอันเป็นผลแผ่นดินไหวระดับ
9.0
มหาสมุทรอินเดียนอกชายฝั่งอินโดนีเซียได้สร้างความเสียหายให้กับชายฝั่งจำนวนมากของทวีปเอเชีย
โดยที่หนึ่งในบริเวณที่ได้รับผลกระทบที่หนักที่สุดคือจังหวัดทามิล
นาดู ในภาคใต้ของอินเดีย
 |
เพื่อนประทับจิตที่พูดภาษาทมิฬแนะนำท่านอาจารย์ให้กับชาวบ้าน |
|
 |
หลังจากประสบภัยสึนามิ
ผู้ประสบภัยต้องการช่วยเหลือทางด้านวัตถุและการปลอบใจทางจิตวิญญาณ |
|
คณะทำงานบรรเทาทุกข์จากศูนย์สิงค์โปร์ได้มาถึงเมืองเชนไน
อินเดีย ในวันที่
29
ธันวาคม
หลังจากรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นของสถานการณ์แล้ว
คณะทำงานก็ได้เดินทางเป็นระยะทาง
330
กิโลเมตรลงใต้สู่ชุมชนชาวประมงของนากัปปาตินัม
ซึ่งได้รับผลกระทบรุนแรงจากคลื่นยักษ์สึนามิ
บ้านเรือนส่วนใหญ่ตามชายฝั่งได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง
และผู้ประสบภัยได้หลบภัยที่โรงเรียน และสถานที่สาธารณะอื่น ๆ เช่น วัด
โบสถ์ และสุเหร่า
อาหารปรุงสุกได้ถูกแจกจ่ายไปยังสถานที่พักพิงเหล่านี้
โดยทั้งรัฐบาลและองค์กรเอกชน
ขณะที่สัมภาษณ์ชาวบ้านตามท้องถนน
ด้วยความช่วยเหลือของพี่ชายที่พูดภาษาทมิฬคนเดียวเท่านั้นในขณะทำงาน
ผู้ประทับจิตก็ได้ทราบว่า ครอบครัว
150
ครอบครัวซึ่งอาศัยอยู่ที่ค่ายบรรเทาทุกข์ ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไป
25
กิโลเมตรขาดแคลนอาหารบริโภค และหลังจากได้ไปเยี่ยมค่ายนี้แล้ว
พี่ชายพี่สาวก็รีบเดินทางไปยังเมืองใกล้ๆ ทันทีเพื่อซื้อขนมปังและขนมอบ
และแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ประสบภัยจนดึก วันรุ่งขึ้นขณะทำงานบรรเทาทุกข์
ได้ซื้อสิ่งของเครื่องใช้และอาหารเพิ่มเติมเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้อาศัยที่ค่าย
ซึ่งพวกเขาก็รู้สึกขอบคุณมาก ที่ได้รับสิ่งของต่าง ๆ
เนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์สึนามิ
คลอบคลุมพื้นที่ที่เป็นระยะทางยาวไกล ผู้ประทับจิตจึงตัดสินใจแบ่งออกเป็น
2
กลุ่ม กลุ่มหนึ่งลงใต้ และอีกกลุ่มขึ้นเหนือ
ในวันที่
1
มกราคม
2548
กลุ่มบรรเทาทุกข์ภาคเหนือได้เยี่ยมสถานที่ประสบภัย
ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองคาไรค์คัลออกไปทางทิศเหนือ
20
กิโลเมตร
ขณะที่กำลังสำรวจบริเวณตัวแทนของหมู่บ้านซึ่งมี
42
ครอบครัว ก็ได้ขอความช่วยเหลือจากผู้ประทับจิต ดังนั้น
ในคืนนั้น พวกเขาจึงรีบซื้ออาหารที่จำเป็นและสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ
และแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในวันรุ่งขึ้น
จากนั้น ในช่วง
2-3
วันถัดมา พวกเขาได้สำรวจหมู่บ้านรอบ ๆ เมืองคาไรค์คัล
และได้ทำการจัดซื้อ และแจกอาหาร อุปกรณ์ทำอาหาร ของใช้อนามัยส่วนบุคคล
เสื้อที่ใช้นอน และผ้าห่มให้กับชาวบ้านในหลายหมู่บ้าน
ผู้รับของรับสิ่งของด้วยความดีใจมาก
และได้ขอบคุณท่านอาจารย์และผู้ช่วยของท่าน
ในระหว่างการแจกจ่ายสิ่งของให้กับหมู่บ้านห่างไกลหมู่บ้านหนึ่งรอบ ๆ เมืองคาไรล์คัล
คณะทำงานบรรเทาทุกข์ได้พบกับที่ปรึกษาประจำตำบล และเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคน ตำรวจ
และทหาร ซึ่งประจำอยู่ที่นั่น เพื่อรักษากฎหมายและออกคำสั่ง
และรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่
บุคคลเหล่านี้ได้ให้การต้อนรับเกี่ยวกับการพยายามบรรเทาทุกข์ของคณะทำงาน
และได้แสดงความขอบคุณความรักของท่านอาจารย์ ที่แสดงออกในลักษณะของการช่วยเหลือ
ผู้ประทับจิตยังได้แจกจ่ายอุปกรณ์การเขียนให้กับชาวบ้านของทั้ง
2 หมู่บ้านด้วย
ซึ่งเด็ก ๆ ก็ดีใจอย่างมาก และขอบคุณท่านอาจารย์สำหรับของขวัญของท่าน
คณะทำงานบรรเทาทุกข์ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวมุสลิมด้วย
ซึ่งได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติในเมืองท่าประวัติศาสตร์ทรานเกบาร์
ระหว่างนั้น กลุ่มบรรเทาทุกข์ภาคใต้ได้เดินทางประมาณ
300
กิโลเมตรไปยังตำบลคันนิยากุมาริทางตอนใต้สุดของรัฐทมิฬ นาดุ ณ ที่นั้นหมู่บ้าน
15
แห่งได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์สึนามิ
ในหมู่บ้านคาเดียพัฒนัม
ครอบครัว 1,800
ครอบครัวขาดแคลนอาหาร
โดยที่มีข้าวสารครอบครัวละ
5
กิโลกรัมเท่านั้น
หลังจากประเมินความต้องการของชาวบ้านแล้ว คณะทำงานได้จัดหาข้าวสาร
10 กิโลกรัม ดัล
(ถั่ว)
5 กิโลกรัม
มะเขือเทศ 1
กิโลกรัม มะเขือม่วง
1
กิโลกรัม ให้กับแต่ละครอบครัว
ในอีกหมู่บ้านหนึ่งคือหมู่บ้านเพอเรียวัยเลีย นักเรียนต้องการสิ่งของอย่างเช่น
เครื่องเขียน อุปกรณ์สำหรับชุดนักเรียน
ซึ่งผู้ประทับจิตได้รีบจัดซื้อให้ทันทีเพื่อแจกจ่าย
ในขณะที่ความต้องการขั้นพื้นฐานและน้ำบริโภคของผู้ประสบภัยในหมู่บ้านส่วนใหญ่ได้รับความดูแลจากองค์กรเอกชน
แต่ความต้องการทางโภชนาการของเด็กทารกและเด็ก ๆ กลับถูกละเลย
ดังนั้นคณะทำงานจึงซื้อนมผง ขวดนม และเครื่องดื่มสุขภาพ
เพื่อแจกจ่ายให้กับครอบครัวที่ต้องการสิ่งของเหล่านี้ ให้กับหมู่บ้านเพอเรียวัยเลีย
ชานนาวิไล มานูคาริ และโคลาเชล
พระประจำตำบลในโบสถ์ท้องถิ่นแห่งหนึ่งได้พูดว่า สมาคมอนุตราจารย์ชิงไห่นานาชาติเป็นกลุ่มแรกที่ได้แจกจ่ายอาหารเหล่านี้ให้แก่เด็กๆ
ชาวบ้านต่างดีใจที่ได้รับของขวัญบรรเทาทุกข์พร้อม ๆ
กับภาพอธิบายคำสอนของท่านอาจารย์ และขอบคุณมาก
สำหรับความรักและความเอาใจใส่ของท่านอาจารย์ 
เพื่อนบำเพ็ญสมาคมนานาชาติอนุตราจารย์ชิงไห่ ได้เข้าไปแจกจ่ายสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยยังประเทศต่าง
ๆ เป็นรายแรก ที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับแอฟริกาตะวันออก
หลังจากเกิดภัยพิบัติ เพื่อมอบความรักอันประเสริฐของท่านอาจารย์
ขอเชิญท่านชมรายงานจากเหตุการณ์จริงในพื้นที่จากสถานีโทรทัศน์
จงเทียนอู่เล่อ รายการ
“ศิลปะกับจิตวิญญาณ”
ตอนที่
124,125,126
ทางอินเทอร์เนทได้ที่
URL:
http://www.Godsdirectcontact.org.tw/eng/hichannel/index.htm
(ภาษาอังกฤษ
+
บรรยายภาษาจีน)
|
|
|