ในช่วงเช้าวันที่
26
ธันวาคม
2547
หลายจังหวัดที่ตั้งอยู่ตามชายฝั่งทะเลอันดามันทางตอนใต้ของประเทศไทย
มีภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สตูล และระนอง ถูกกระหน่ำโดยคลื่นสึนามิ
ขนาดคลื่นสูง
5–10
เมตร มีผลทำให้คนนับหมื่นเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือสูญหายไป
ผู้ประทับจิตกรุงเทพฯ ได้จัดทีมงานบรรเทาทุกข์อย่างกะทันหัน
เพื่อตรวจสอบระดับความหายนะ
และจัดการเรื่องบรรเทาทุกข์ให้กับหมู่บ้านริมทะเลที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดพังงา
มีคนจำนวนมากได้สูญเสียบ้านและสมาชิกในครอบครัว
ในวันที่
28
ธันวาคม 2547
ผู้ประทับจิตได้เดินทางกว่า
700
กิโลเมตร ไปยังตำบลเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า
มีการนำอุปกรณ์ทำอาหารและอาหารไปด้วย
พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ได้จัดอาหารร้อน ๆ ให้กับเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
รวมทั้งผู้บรรเทาทุกข์ที่มาจากองค์กรอื่น
ในระหว่างนั้นทุกวัน พี่น้องของเราจะเตรียมอาหารในหม้อขนาดใหญ่
4 – 5
หม้อที่โรงเรียนวัดย่านยาวใกล้กับที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า และส่งอาหารไป
3 แห่ง
คือ โรงพยาบาลในท้องถิ่น ที่วัด และที่ว่าการอำเภอ
อาสาสมัครที่เข้ามาค้นหาศพผู้เสียชีวิต ต่างรู้สึกดีที่
ได้ทานอาหารมังสวิรัติซึ่งไม่มีเนื้อสัตว์
ในวันถัดมามีผู้ประทับจิตอีกหลายคนได้เข้ามาช่วยกันแจกจ่ายสิ่งบรรเทาทุกข์
มีขนมปัง ธัญญาหาร แยม นม ข้าวโอ๊ต ข้าวหลาม ผงงา เสื้อผ้าชั้นใน เบาะ
เสื่อ ผ้าอ้อม หมอน กระดาษชำระ ให้กับผู้ประสบภัย
พร้อมทั้งคำปลอบขวัญกำลังใจ
มีถุงมือผ่าตัดและหน้ากากป้องกันการติดเชื้อให้กับหน่วยบรรเทาทุกข์
ที่เข้ามาค้นหาร่างมนุษย์ในพื้นที่เขตวัดย่านยาวและวัดบางเมือง
ด้วยความรักและเมตตาอันไร้ขอบเขตของอาจารย์
ผู้ประทับจิตได้รับการดลใจและความกล้าหาญในการทำงานนี้
พวกเขาทำงานกันอย่างลืมความเหน็ดเหนื่อยถึงเวลา ตี
3
ตี
4
นอน
2-3
ชั่วโมง และขึ้นมาทำงานกันต่อในวันต่อมา
ในวันที่
30
ธันวาคม 2547
มีพี่สาวประทับจิตท่านหนึ่งเข้าไปวัดย่านยาว
ได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วเข้ามา
5
เครื่อง พร้อมเครื่องพิมพ์สีเลเซ่อร์เจ็ต
3
เครื่อง รวมทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่น ๆ
และเช้าวันรุ่งขึ้น
ศูนย์ข้อมูลอันมีประสิทธิภาพก็พร้อมที่จะช่วยเหลือญาติของผู้เสียชีวิต
ที่เข้ามาค้นหาภาพของผู้เสียชีวิต
ซึ่งถูกถ่ายไว้หลังจากแพทย์ได้บันทึกรายละเอียดทางนิติเวช
ภาพสีเหล่านี้ถูกพิมพ์ออกมาและติดไว้บนแผ่นกระดานใช้ดูการแถลงการณ์ของแพทย์
เพื่อให้ความสะดวกคนที่มาตามหาคนรักของเขาได้ดูข้อมูล
ผู้ประทับจิตบางคนก็ได้เข้าไปร่วมกับพวกทีมงานทางนิติเวช
ช่วยถ่ายภาพผู้เสียชีวิตในขณะตรวจสภาพศพ ช่วยทำเครื่องหมายประจำตัว
ช่วยห่อศพและฝังศพ
ช่วยแปลงข้อมูลทางนิติเวชในรูปแบบที่จะช่วยให้การค้นหาข้อมูลรวดเร็วขึ้น
นอกจากนั้นในวันที่
31
ธันวาคม 2547
ผู้ประทับจิตกรุงเทพฯ ได้จัดฌาน
1
วัน
เพื่อที่จะนั่งสมาธิแผ่ส่วนกุศลให้กับเหยื่อของความหายนะดังกล่าว
พื้นที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ในจังหวัดกระบี่ได้ถูกผลกระทบของคลื่นสึนามิ
อาสาสมัครที่ไม่ใช่ผู้ประทับจิตหลายคน
ไม่สามารถจะเตรียมข้าวของมาเพียงพอกับความต้องการของพวกเขาเอง
เพราะพวกเขาต้องเดินทางไกลและเข้าไปในพื้นที่กว้างของหลายชุมชน
เพื่อนผู้ประทับจิตได้บริการอาหารให้กับพวกเขา
มีอาสาสมัครบางคนที่ได้ฝึกทางจิตวิญญาณกล่าวว่า
“พวกเขาสามารถจะเข้าใจถึงพลังของอาจารย์”
นอกจากนั้น คุณสมศักดิ์ กิติทรากูล
เป็นผู้ช่วยคนหนึ่งของนายกเทศมนตรีจังหวัดกระบี่
ได้แสดงการขอบคุณเป็นพิเศษต่อสมาคมนานาชาติอนุตราจารย์ชิงไห่
ที่ได้ให้ความช่วยเหลือต่อผู้เคราะห์ร้ายแบบไร้เงื่อนไข
จำนวนมากได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ครอบครัว
และทรัพย์สินในความหายนะครั้งนั้น
แต่พวกเขาได้เปลี่ยนจากความโศกเศร้ามาเป็นพลัง ได้เข้าร่วมงานอาสาสมัคร
และเสนอตัวให้ความช่วยเหลือในทุกสถานที่ที่ต้องการความช่วยเหลือด้วยความสงสาร
อาสาสมัครหลายคนได้ขับรถไปรอบ ๆ พื้นที่ที่ถูกผลกระทบของคลื่นยักษ์
และให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้กับผู้ยังมีชีวิตรอด
พวกองค์กรบรรเทาทุกข์และอาสาสมัครได้ทำงานร่วนกัน
และให้ความสนใจอย่างดีเยี่ยมในการช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้าย
ดังนั้น
พวกลูกศิษย์อาจารย์จึงได้เห็นเป็นพยานถึงการยกระดับของจิตวิญญาณของโลกในช่วงเริ่มต้นของยุคทอง
และได้รู้สึกมีความมั่นใจขึ้นในพลังมหาศาลของอาจารย์
ในวันที่
3
มกราคม
2548
สมาชิกกลุ่มบรรเทาทุกข์ชาวไทยได้กลับมาถึงกรุงเทพฯ
โดยไม่รู้สึกเมื่อยล้าหรือง่วงนอน
เนื่องจากพวกเขาได้รู้สึกถึงความรักและพรของอนุตราจารย์ชิงไห่
ในระหว่างที่เขาทำงานอยู่ที่นั่น ได้ผ่านโครงการบรรเทาทุกข์สึนามิ
พี่น้องชาวไทยต่างได้ร่วมแบ่งปันความรักอันไร้ขอบเขตของอาจารย์
ได้ประสบการณ์การเจริญเติบโตของจิตวิญญาณ
และได้บทเรียนอันมีค่าซึ่งประมาณไม่ได้ เกี่ยวกับการเอาใจใส่และ 